จุดศูนย์รวมคอหนังออนไลน์ แนะนำหนัง หนังกังฟู ความตั้งใจของเขาที่จะเอาชนะตัวเองที่แพ้ความกลัว!

หนังกังฟู ความตั้งใจของเขาที่จะเอาชนะตัวเองที่แพ้ความกลัว!


หนังกังฟู

หนังกังฟู หนังที่ได้ ลูกดารารุ่นใหญ่มาเป็นตัวหลักในภาพยนต์ 

หนังกังฟู หนังหรือภาพยนต์ ถือว่าเป็นสื่อบันเทิงชนิดหนึ่ง ที่เปรียบเสมือนกิจกรรมยามว่าง สำหรับช่วยในการผ่อนคลายความเครียด สร้างกิจกรรมยามว่างระหว่างครอบครัว เป็นการช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกัน ซึ่งหนังก็มีหลากหลายสไตล์

ไม่ว่าจะเป็นหนังสำหรับเด็ก หนังรักโรแมนติก หนังผี หนังตลก หนังต่อสู้ หนังอินดี้ ซึ่งในปัจจุบันนี้ ได้มีประเภทของหนังที่การขยายกว้างขึ้นไปอีก

เพื่อที่จะสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงตามความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันได้ถ้าพูดถึงหนังต่อสู้ หลายๆค่ายก็ต่างได้ผลิตหนังแนวต่อสู้ออกมาในรูปแบบต่างๆ

ที่มีความแตกต่างกันไป และให้เป็นที่น่าจดจำ และสามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้ หนังต่อสู้ที่เห็นๆกันบางเรื่องจึงอาจสามารถรองรับสำหรับเด็กๆ

ก็สามารถดูได้เช่นกัน เพราะหนังต่อสู้ส่วนมากนั้น การดำเนินเนื้อเรื่องบางครั้งจะมีความเฉื่อย อืด อาจเป็นเพราะว่า ปัจจัยหลักที่ผู้ผลิตต้องการนำเสนอคือ

ฉากต่อสู้ การสู้กัน ทำให้เรื่องบางเรื่องเมื่อมีบทพูดเยอะไป ก็น่าเบื่อ แต่ถ้าไม่มีเลย บางครั้งก็ยากที่จะเข้าใจ แต่ถ้าเปลี่ยนมาเป็นแนวอนิเมชั่น

กลุ่มเป้าหมายก็จะเปลี่ยนเป็นเด็กไปโดยส่วนมากซึ่งหนังต่อสู้มีหลากหลายรูปแบบให้เลือกกัน ไม่ว่าจะเป็น ตีฟัน ใช้พลังจิตในการต่อสู้ ใช้เวทมนต์

มวย ชกต่อย เทควันโด้ หนังกำลังภายใน และกังฟู เป็นต้น ซึ่งเมื่อ เรามานึกถึง กังฟู เราก็จะนึกถึง หนังจำพวกหนังจีน ซะเป็นส่วนใหญ่

และหนึ่งคนที่เราต้องนึกถึง สำหรับเวลาดูในหนังแนวพวกนี้เลย นั้นก็คือ เฉินหลง หรือ แจ็กกี ชาน ซึ่งเมื่อเราได้ดูหนังแนวนี้ ก็จะพบว่า เฉนหลง

นั้น ถือว่าเป็นเจ้าพ่อหนังบู้ ที่มีแฟนคลับ ทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่ ซึ่ง เฉินหลง ได้ผ่านการแสดงหนังมามากมายหลายเรื่อง ซึ่งแต่ละเรื่องก็จะเน้นไปทางการต่อสู้

กังฟู กำลังภายในทั้งสิ้น จึงทำให้เค้า มีชื่อเสียงและ เป็นที่รู้จักทั้งที่ประเทศ และต่างประเทศเมื่อพูดถึง หนังเกี่ยวกับการต่อสู้ ก็ทำให้นึกถึงหนังเรื่อง The Karate Kid

ซึ่งภาพยนต์เรื่องนี้เคยโด่งดัง และประสบความสำเร็จ เมื่อปี 1984 ซึ่งในภาคนั้นจะมีฉากต่อสู้อยู่ที่ประเทศอเมริกัน และเมื่อในปี 2553 ก็ได้มีการนำหนังเรื่อง

The Karate Kid กลับมาทำอีกรอบ ซึ่งในรอบนี้ส่วนใหญ่จะเป็นฉากที่จีนทั้งสิ้น และเนื้อเรื่องนั้นส่วนใหญ่ จะใช้กังฟู เป็นการต่อสู้ เป็นหลัก

แต่ผู้ชมอาจคิดว่า ทำไมชื่อเรื่องไม่ได้เปลี่ยนแปลง ก็เป็นเพราะยังให้เกียรติต้นฉบับดั้งเดิม ที่เอามาทำซ้ำ ซึ่ง ภาพยนต์เรื่องนี้ ได้อำนวยการสร้างโดย วิล สมิธ

และจาด้า พินเกตต์ และให้ลูกชายของตัวเอง เจเดน สมิธ มารับบทเป็น เดรปาร์กเกอร์ และได้ แฮโรวด์ ชวอร์ต ผู้กำกับมากฝีมือ มาเป็นผู้กับกับภาพยนต์เรื่องนี้ให้

ซึ่งหนังเรื่องนี้ ถือว่าเป็นหนังที่ครบรส ในทุกๆอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็น ความสนุก ความอดทน ความพยายาม การโดนกลั่นแกล้ง ความสุข ความเป็นครอบครัว

ความผูกพันธ์ระหว่างวัย ซึ่งหนังเรื่องนี้ สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหมด ทำให้หนังเรื่องนี้ สามารถรองใจคนดู ได้ทุกเพศ ทุกวัย และยังเป็นที่พูดถึงอยู่เรื่อยๆมานักแสดงหลัก

⁃ เฉินหลง หรือ แจ๊กกี ชาน เจ้าพ่อหนังบู๊ ซึ่งในเรื่องนี้ รับบทเป็น ฮัน อาจารย์ที่จะมาสอนกังฟู ให้แก่ เขาซึ่งไม่ว่าจะกี่เรื่อง ต่อกี่เรื่องที่เค้าแสดง

ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ในการแสดงของเค้าเลยสักเรื่อง การเล่นที่สมจริงและทุ่มเท ก็เป็นเครื่องการันตรีได้ว่า เฉินหลง คือซุปเปอร์สตาร์ตัวจริงแน่นอน

⁃ เจเดน สมิธ มารับบทเป็น เดรปาร์กเนื่องจาก ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกของ วิล สมิธ นักแสดงผู้โด่งดัง และจากการที่ วิล สมิธ ได้ผลักลูกตัวเองให้เข้ามารับบทเด่น

Homestay

บทหลัก ที่ตัวเองและภรรยาเป็นผู้อำนวยการสร้าง ก็ทำให้หลายๆคนคาดหวัง และอยากเห็นผลงานการแสดง ของ เจเดน ซึ่ง เจเดน ก็ทำได้อย่างดีเยี่ยม

ไม่ทำให้ผิดหวัง ตีบทได้แตก ไม่ว่าจะบทที่ต้องต่อสู้ด้วยกังฟู บทสนุกสนาน บทเศร้า บทร้องไห้ ซึ่งถือว่า เจเดน สามารทำได้อย่าฉลุย ตีบทได้แตก

ซึ่งอนาคต ถ้ามีความพยายาม พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ สามารถพัฒนาไปเป็นนักแสดงซูปเปอร์สตาร์ตามพ่อเค้าได้แน่นอนเนื่องจากในเรื่องนี้ได้พูดถึง

หนังกังฟู หนังที่บอกถึงศิลปะการต่อสู้ของจีนในยุคสมัยก่อน

เด็กผู้ชายในวัยอายุ 12 ปี ที่ต้องย้ายที่อยู่ตามแม่มาที่ปักกิ่ง เนื่องจากแม่ของเค้าได้งานใหม่ ซึ่งการย้ายบ้านนั้นถือว่าเป็นจุดหักเหของ เดรมาก

เพราะเมื่อก่อนที่อยู่ที่เก่า ที่ดีทรอยต์ มีเพื่อนและเป็นที่รู้จัก แต่เมื่อ ต้องย้ายมาอยู่ ปักกิ่ง ทำให้เค้าไม่ค่อยมีเพื่อน และถูกเพื่อนกลั่นแกล้ง

อาจด้วยเพราะความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรมเป็นส่งยหนึ่งด้วย ซึ่งเมื่อเค้าไม่มีเพื่อนทำให้เค้าเวลาเหงา หรือ มีเรื่องไม่สบายใจ ก็หาคนพูดคุยไม่ได้

เค้าเลยได้แต่พูดคุย ระบาย กับ ฮัน (เฉินหลง) ซึ่งเป็นภาโรงอยู่ ซึ่งความจริงแล้ว ฮัน นั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญปรมาจารย์ เก่งกาจด้านกังฟู มีฝีมือที่ดีเยี่ยม

แต่แค่ ฮัน เป็นคนที่ไม่ชอบโอ้อวดตัวเอง ไม่ชอบแสดงว่าตัวเองเก่ง ซึ่ง ฮัน ได้สอนวิชากังฟู ให้แก่เพื่อให้ได้รู้จักกังฟู อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็น

กะบวนท่าเตะ ต่อย หลบ หลีก ซึ่งก็สามารถทำได้ดี และมีความคล่องแล่ว และปราดเปรือง เพื่อที่จะสามารถใช้วิชา กังฟู ในการปกป้องตัวเอง

และประจันหน้ากับวายร้ายต่างๆได้ อย่าไม่เกรงกลัว พาไปแข่งประลองกับศักตรู ซึ่งฮันก็ได้สอนให้รู้ว่า กังฟู ไม่ใช่เพียงแค่การใช้แรงในการต่อสู้ เตะต่อย

แต่กังฟู ต้องอาศัยสมาธิ ความเป็นผู้ใหญ่ ความสงบนิ่งเป็นส่วนประกอบด้วย และในการฝึกกังฟู ของ ฮัน และนั้น ก็ใช้สถานที่สำคัญ สวยงาม มุมต่างๆ

ของประเทศจีน ในฉากการฝึกกังฟู ซึ่งการฝึกกังฟูนี้ จึงทำให้เกิด มิตรภาพต่างวัยขึ้น ที่เหมือนเป็นตัวช่วยทำลายความกลัว และ ความรู้สึกผิด ซึ่งทั้ง

และฮัน ก็ต่างมีอดีตของตัวเองที่ติดค้างในใจ ซึ่งการที่ทั้งคู่ได้เจอกัน และได้เกิดมิตรภาพที่ดีต่อกัน เหมือนเป็นคนที่ช่วยดึง ฮั ออกมาจากอดีตตรงนั้น

และได้ถาม ฮันว่า เพราะอะไร…ถึงยังสู้ต่อ ซึ่ง ช๊อตนี้ถือว่าเป็นช๊อตที่ ทำให้เราตัวชาได้เลยจริงๆซึ่งในหนังเรื่องนี้ ถือว่าเป็นหนังที่มีความครบรสในหลายๆด้าน

แนะนำหนัง

การเข้าสังคม กลุ่มเพื่อน การสร้างมิตรภาพที่เกิดขึ้นระหว่างคนต่างวัฒนธรรม ระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ และเรื่องราวก็มีทั้งความสุข ความเศร้า ความตลก ความอดทน

พยายาม ที่สามารถเรียกน้ำตาจากคนดูได้ ซึ่งหนังเรื่องนี้สามารถกระชากอารมณ์คนดูได้อย่างเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น ตลก เศร้า ร้องไห้ มีแรงผลักดัน บาคาร่า

นอกจากนั้นยังสร้างแรงฮึกเฮิมให้แก่คนดู จากคำพูดต่างๆ ของตัวละคร เช่น เพราะอะไร…ถึงยัฃสู้ต่อ หรือเมื่อเราล้ม เราจะยอมแพ้ หรือเราจะสู่ต่อ Homestay

และในหนังก็ยังได้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว อีกด้วย ซึ่งหนังเรื่องนี้ มีความยาว 140 นาทีมีกระแสที่พูดถึงหนังเรื่องนี้เยอะ

ถึงแม้ว่า คนดูอาจจะพอคาดเดาเนื้อเรื่องได้อยู่บ้าง ว่าจะเป็นลักษณะไหน แต่คนดูก็ยังรู้สึกว่าสนุกสนาน ไม่น่าเบื่อ และคุ้มค่า นอกจากนั้น

หนังเรื่องนี้ยังสามารถสร้างเหตุการณ์ประทับใจ มีคำพูดที่กินใจ ทำให้คนดูสามารถคล้อยตาม และมีอารมณ์ร่วมกับหนังเรื่องนี้ไปได้ตลอดจนจบเรื่อง ซึ่งบอกเลยว่าหนังเรื่องนี้ ยังคงเป็นที่พูดถึงจนถึงปัจจุบัน